ประโยชน์ และข้อดีที่ได้จากการใช้บริการเคลือบแก้ว

ประโยชน์ และข้อดีที่ได้จากการใช้บริการเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้วรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เคลือบแก้ว ราคาเท่าไร แต่อย่างไรก็ดี ยังมีผู้สนใจอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังสงสัยว่า เคลือบแก้วดียังไงก่อนอื่นคงต้องมาดูกันก่อนว่าน้ำยาเคลือบแก้วนั้นทำปฏิกิริยากับพื้นผิวของสีรถอย่างไร เคลือบแก้ว ราคาเท่าไร ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเคลือบแก้วนั่นคือ เคลือบแก้ว ราคาเท่าไร ตัวน้ำยาเคลือบแก้วที่เคลือบไปนั้น จะไปสร้างชั้นฟิล์มที่มีความใสและแข็งเคลือบบนพื้นผิวของวัสดุเอาไว้อีก โดยชั้นฟิล์มนี้จะมีคุณสมบัติความเป็นมันวาวสะท้อนแสง ความแข็ง และมีความลื่น และชั้นฟิล์มนี้เมื่อแข็งตัวแล้วจะติดอยู่บนพื้นผิวได้ยาวนานหลายเดือน หรืออาจจะนานเป็นปีๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งาน การดูแลรักษา และประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ให้บริการทำเคลือบแก้วที่คุณไปรับบริการด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติสำคัญที่ของการเคลือบแก้ว
1.ความหนาของชั้นฟิล์มเมื่อเคลือบแก้ว
คุณสมบัติในด้านความหนาของชั้นฟิล์มที่เคลือบจากการเคลือบแก้วนั้น ยิ่งเคลือบหนาก็ยิ่งป้องกันได้มาก เพราะเท่ากับรถคุณมีเกราะป้องกันสีผิวแท้ของรถที่หนามากตามไปด้วย โดยระดับความหนาที่ว่านี้ วัดกันเป็นหน่วย ไมครอน ( 1 ไมครอน = 1/1,000,000 m) ซึ่งความหนาของสารเคลือบนี้ นอกจากทำให้มั่นใจว่าสีแท้จะไม่ถูกทำให้เกิดรอยได้ง่ายแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการทำให้รถดูมันเงาสวยงามได้อีกด้วย

2.ความลื่นของผิวรถเมื่อเคลือบแก้ว
 คุณสมบัติในด้านความลื่นของพื้นผิวที่ผ่านการเคลือบแก้ว ซึ่งมีการวัดโดยใช้ระดับความกลมของเม็ดหยอดน้ำ ที่หยดลงไปบนพื้นผิวเป็นตัววัด ซึ่งน้ำยาเคลือบแก้วที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน จะมีการแจ้งระดับองศาของเม็ดน้ำอยู่ประมาณ 90 – 140 องศา โดยที่เม็ดน้ำที่มีความกลมมากก็ยิ่งไหลออกจากผิวได้เร็ว ถือว่ามีความลื่นมา ดังนั้นรถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มา เราจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เม็ดน้ำที่หยดลงไปโดนจะกลิ้งไหลออกไปอย่างรวดเร็วไม่จับติดพื้นผิว

3.ความแข็งของผิวสีรถเมื่อเคลือบแก้ว
 คุณสมบัติในด้านความแข็งของผิวสีรถ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักที่เราจะได้ หลังจากการทำเคลือบแก้วมาแล้ว ซึ่งความแข็งในที่นี้ หมายถึงการทนทานต่อการขูดขีดของสารเคลือบที่อยู่เหนือผิวสีรถขึ้นไป ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นฟิล์มใสๆ อยู่ด้านบน โดยระดับความแข็งจะขึ้นอยู่ที่ระดับเกรดของน้ำยาเคลือบแก้ว โดยทั่วไปแล้วจะมีค่าความแข็ง ที่ 7H ถึง 9H ซึ่งในปัจจุบันมีระดับการปกป้องสูงสุดอยู่ที่ระดับ 9H ซึ่งถือว่ามีค่าใกล้เคียงกับแก้ว


เหล่านี้คือคุณสมบัติที่จะเกิดขึ้นกับรถของคุณ หลังจากทำเคลือบแก้ว  ซึ่งจะช่วยให้รถของคุณสามารถลดปัญหาเรื่องการเกิดรอยขีดข่วน ลดปัญหาเรื่องสีซีดจาง และยังช่วยป้องกันสิ่งสกปรกที่จะมาเกาะติดสีรถทำให้เป็นรอยหรือเป็นคราบ รวมถึงความสะดวกในการทำความสะอาดด้วยตัวเอง ที่สามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น   

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ขั้นตอนสำคัญในการทำเคลือบแก้วที่คุณอาจไม่รู้

ขายน้ำยาเคลือบแก้ว vimoro glass coating 9H ราคา 1800 บาทส่งฟรีทั่วไทย รับบริการเคลือบแก้ว 8000 บาท โทร 064-412-6466

รถใหม่ป้ายแดงกับการเคลือบแก้ว ดีต่อใจอย่างไร ?